Tagged: แฟชั่น

แฟชั่น

เสื้อไหมพรมจะใส่หน้าหนาวหรือใส่เป็นแฟชั่น

เสื้อไหมพรมจะใส่หน้าหนาวหรือใส่เป็น แฟชั่น

เสื้อไหมพรม เป็นเสื้อที่ผู้คนคิดว่าจะต้องใส่ในหน้าหนาวเท่านั่น คุณคิดผิดนะ เสื้อไหมพรม ไม่จำเป็นต้องใส่ในหน้าหนาวเท่านั่นสามารถใส่ไปได้ทุกที่ ทุกเวลา หรือทุกเทศกาลได้เลย เสื้อไหมพรมจะมีหลายแบบ หลายสไตล์ หลายแนวให้เลือกใส่กัน และยังเป็นเสื้อ แฟชั่น อีกอย่างที่คนไทยชอบใส่กัน เป็นไหมพรมใช่ว่าจะเป็นเสื้อ แฟชั่น แบบหนา ลายไม่สวยนะ เดี๋ยวนี้ ยุคนี้ เค้าเปลี่ยนไปหมดแล้ว ไม่มีแล้วเสื้อผ้าเชยๆ บาคาร่า เสื้อผ้าไหมพรม จะมีแบบหนา แบบบาง แล้วแต่ชอบ และยังมีอีกว่า เสื้อไหมพรมตอนนี้ ยังมีสีสัน มีลวดลาย ลายการ์ตูน ลายทาง ลายไทยลายดอกไม้ และอื่นๆอีกมากมาย ให้เลือกซื้อ เลือกใส่กันแล้วแต่ชอบ เสื้อไหมพรมยังมีสีสันที่สวยงามอีกด้วย ทั้งมีสีพื้น สีพาสเทล สีสันทีสดๆเสื้อไหมพรมบางตัวอาจจะมีสีเดียว หรือบางตัวอาจจะมีหลากหลายสี เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละตัว เป็นสีสันให้ดึงดูด ให้อยากใส่ แฟชั่น

ใส่เสื้อไหมพรมไม่เชย อย่างที่คิด เพราะในยุคนี้ สมัยนี้ เทรนเสื้อไหมพรม มาแรงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะไปที่ไหน ต่างประเทศ หรือประเทศไทยก็จะเห็นผู้คนใส่เสื้อไหมพรม กันมากขึ้น เริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้น เป็นกระแส เป็นเทรนเลยก็ว่าได้ เสื้อไหมพรมจะใส่คู่กับตัวไหน ชุดไหน กางเกงขาสั้นกางเกงขายาว แฟชั่น

กระโปรง ก็ใส่ได้เช่นกัน เข้ากันได้ดี ใส่ไปงาน ใส่ไปเที่ยว ก็ได้เช่นกัน และไม่ใช่ว่าผู้หญิงจะใส่ได้อย่างเดียว ผู้ชายก็สามารถใส่ได้เช่นกันไม่จำกัด ทั้งเด็กเล็กและเด็กโต ก็ใส่ได้เหมือนกัน ใส่เสื้อไหมพรม จะทำให้ดูดี ดูหรูหรา เพิ่มมากขึ้น เป็นเสื้อที่ถักด้วยมือ ถักด้วยเครื่อง ต้องใช้เวลาถักนานถึงจะได้แต่ละตัวออกมา ยิ่งมีลวดลาย ต้องใช้เวลาในการถักมากขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา clothesinthai.blogspot.com…

0
แฟชั่นหนวดสุดเท่

แฟชั่นหนวดสุดเท่

แฟชั่นหนวดสุดเท่

แฟชั่นหนวดสุดเท่

แฟชั่นหนวดสุดเท่

เนื่อง จากตอนนี้เทรนด์ของผู้ชายเซอร์ ๆ ไว้หนวดเพื่อเพิ่มดีกรีความหล่อเข้มกำลังเป็นที่ต้องตาของสาวไทยเสียเหลือ เกิน เห็นได้จากดาราบางท่านที่ไว้หนวดแล้วความโด่งดังยังพุ่งฉิว มีแต่สาวตามกรี๊ดกร๊าดอยู่เสมอ แต่เอ…การไว้หนวดนั้นจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าหนอ แล้วจะดูแลรักษายากหรือเปล่านะ เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว เราขอแนะนำขั้นตอนสำคัญสำหรับชายอยากไว้หนวดทั้งหลาย เพื่อช่วยเสริมความหล่อของคุณได้อย่างถูกต้องดังต่อไปนี้

1. เตรียมตัวให้พร้อม

ก่อน ที่คุณนั้นจะคิดไว้หนวดเพื่อเสริมความเท่ให้กับตัวเองแล้ว เรื่องแรกที่สำคัญเลยคือ การเตรียมตัวให้พร้อม เพราะว่าเมื่อคุณคิดจะไว้หนวด คุณต้องเพิ่มการดูแลและรักษาความสะอาดหนวดให้เป็นชีวิตประจำวันของคุณด้วย มิเช่นนั้นหากว่าคุณไม่เอาใจใส่อย่างดีพอ อาจทำให้รูปลักษณ์ของคุณดูแย่เกินกว่าที่คุณคิดเอาได้

2. เลือกและกำหนดสไตล์ของหนวดที่ต้องการไว้

การ เลือกสไตล์ของหนวดคุณเองก็มีส่วนคล้ายกับการเลือกทรงผม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความบางของเส้นขนของแต่ละคนนั่นเอง แต่หากคุณเพียงแค่ต้องการไว้หนวดให้เข้ากับรูปหน้าวิธีการก็สุดแสนจะง่ายดาย เพียงแค่ใช้กรรไกรหรือมีดโกนเล็มบริเวณที่คุณไม่ต้องการออกและตกแต่งให้ดู เข้ากับใบหน้าของคุณก็พอแล้ว

10 ขั้นตอนสำคัญ สำหรับหนุ่ม ๆ ที่อยากไว้หนวด

3. ทำให้ดูเรียบร้อย

ถึง ตัวคุณเองนั้นจะอยากไว้หนวดให้ดูเข้มอยู่ก็ตาม แต่ก็ควรไว้ในรูปแบบที่ดูสะอาดตาเรียบร้อยหน่อยนะ เพราะผู้หญิงคงไม่ชอบที่คุณไว้แบบที่รกรุงรังเหมือนมนุษย์ยุคหินสมัยโบราณ หรอกนะ เพราะยิ่งมองดูใกล้ ๆ แล้วหนวดของคุณพันกันยุ่งเหยิงอาจสร้างความไม่สบายตาแก่ผู้พบเห็นได้เช่นกัน เดี๋ยวนี้เพียงแค่คุณใช้แบตตาเลี่ยนที่สามารถปรับระดับความหนาบางได้ นำมาใช้ตกแต่งหนวดของคุณให้ดูดียิ่งขึ้น เพียงเท่านี้หนวดของคุณก็ดูเรียบร้อยสวยงามเป็นที่ถูกใจแน่นอน

4. สร้างความชุ่มชื้นให้กับหน้า

บริเวณ ผิวหน้าของคุณที่ไว้หนวดอยู่นั้นส่วนใหญ่แล้วจะมีสภาพผิวที่แห้งกร้าน เนื่องจากหนวดจะดูดซับความชื้นจากน้ำที่คุณล้างหน้าไปเสียหมดจนไปไม่ถึงชั้น ผิว ซ้ำร้ายอาจทำให้ผิวบริเวณนั้นตกสะเก็ดได้ด้วย ทำให้ผิวหน้าของคุณดูแย่เอามาก ๆ เลยแหละ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว คุณควรเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าใต้หนวดของคุณด้วยการหาเจลที่มีส่วน ผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์มาทา โดยค่อย ๆ ใช้นิ้วมือเกลี่ยไปรอบ ๆ บริเวณผิวหน้าที่ไว้หนวด เพื่อให้เจลค่อย ๆ ซึมซับลงบนผิวหน้าได้ทั่วถึง

5. หวี

อาจ จะฟังดูแปลกไปเสียบ้าง แต่จำไว้ว่าหนวดของคุณนั้นความจริงก็มีสภาพไม่ต่างจากเส้นผมบนศีรษะเลยแม้ แต่น้อย (โดยเฉพาะคนที่มีหนวดเยอะ ๆ) สิ่งที่คุณควรทำเป็นอย่างยิ่งคือ การหวี ซึ่งวิธีการหวีก็ง่าย ๆ ก่อนอื่นคุณนำน้ำมาพรมลงบนหนวดของคุณเพื่อช่วยให้หนวดนิ่มขึ้น จากนั้นก็นำหวีหรือแปรงแบบซี่ถี่ ๆ มาหวีจากบนลงล่าง เท่านี้ก็ทำให้หนวดของคุณดูเรียบร้อยมากขึ้นแล้วครับ

10 ขั้นตอนสำคัญ สำหรับหนุ่ม ๆ ที่อยากไว้หนวด

6. ดูแลความสะอาดอยู่เสมอ

คุณรู้ไหมว่าหนวดจะมีฝุ่นละอองและเศษอาหารมาเกาะอยู่ได้ง่ายมาก ดังนั้น การทำความสะอาดหนวดของคุณก็เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งด้วย โดยทำความสะอาดตามปกติเหมือนตอนที่คุณล้างหน้านั่นแหละ หรือหากว่าคุณต้องการทำความสะอาดแบบครั้งใหญ่เลยก็สามารถใช้ครีมนวดผมชนิด สูตรอ่อนโยนมาใช้บำรุงได้ด้วยเช่นกัน

7. ทาขี้ผึ้งเสริม

หากว่าคุณอยากให้หนวดดูเงางามแบบที่สาว ๆ เห็นได้แม้จะอยู่ไกลสักแค่ไหนก็ตาม “ขี้ผึ้ง” ก็จัดว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะการใช้ขี้ผึ้งทาบนหนวดนั้นนอกจากช่วยเสริมให้หนวดของคุณดูเงางามแล้ว ยังสามารถช่วยให้หนวดของคุณดูเป็นระเบียบเรียบร้อยเข้ารูปได้ตามต้องการ

8. ใช้เจลหรือครีมโกนหนวดก่อนลงมือโกน

หากว่าคุณกำลังคิดตัดเล็มหนวดเพื่อตกแต่งให้ดูสวยงาม ควรเลือกใช้เจลสำหรับโกนหนวดหรือครีมสำหรับโกนหนวดก็ได้มาชโลมบริเวณที่มี หนวดขึ้นเสียก่อนที่คุณจะคิดลงมีดโกน เพราะวิธีการใช้เจลสำหรับโกนหนวดหรือครีมสำหรับโกนหนวดนั้นจะช่วยให้เส้นขน ของหนวดอ่อนนิ่มกว่าเดิม ซึ่งง่ายต่อการตัดเล็บหนวดของคุณเป็นอย่างมาก

9. ย้อมสี

โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่คิดไว้หนวดนั้นมักพบปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่งนั่นคือ เรื่องความต่างของสีผมและสีของหนวด ทำให้มองดูแล้วรู้สึกแปลก ๆ ขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ววิธีที่ดีสุดคือ การย้อมสี ซึ่งนอกจากจะทำให้สีหนวดเข้ากับสีเส้นผมของคุณแล้ว ยังสามารถช่วยบดบังเส้นหนวดที่หงอกไม่ต่างจากยาย้อมผมอีกด้วย

10. สอบถามผู้เชี่ยวชาญ

แฟชั่นหนวดสุดเท่

ถ้าในตอนนี้คุณเริ่มคิดจะไว้หนวดอย่างจริงจัง ทางที่ดีควรลองปรึกษากับช่างทำผมก่อนจะดีกว่า เพราะพวกช่างทำผมนั้นจะมีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบและดูแลรักษาเส้นผม รวมทั้งหนวดเป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังสามารถช่วยเลือกสไตล์หนวดที่เหมาะกับใบหน้าของคุณได้อีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://xn--b3cuoa1a5c0a0c3izc.blogspot.com

0
แฟชั่นผมต่อ

แฟชั่นต่อผมเสี่ยงหัวล้าน

แฟชั่นต่อผมเสี่ยงหัวล้าน

แฟชั่นต่อผมเสี่ยงหัวล้าน

แฟชั่นต่อผมเสี่ยงหัวล้าน   ต่อผมยาว... แฟชั่นสวยชั่วคราว ที่อาจแลกมาด้วยเส้นผมและสุขภาพของหนังศีรษะ มาดูกันว่าการต่อผม มีรูปแบบอย่างไร และมีความเสี่ยงต่อการเกิดผมร่วง หัวล้านได้อย่างไรบ้าง

ปัจจุบันผู้หญิงนิยมไว้ผมยาวกันมาก เพราะสามารถจัดแต่งทรงผมได้อย่างหลากหลาย แต่สำหรับสาว ๆ บางคนที่มีเส้นผมบาง ผมน้อย หรือผมสั้น ก็มักเกิดความน้อยอกน้อยใจว่าทำไมผมถึงไม่ยาว ไม่หนาแบบคนอื่นเขา ทำให้ต้องหันไปพึ่งพาร้านเสริมสวย ด้วยการต่อผมยาว ที่มีหลากหลายแบบให้เลือกทำกัน ได้แก่

1. การต่อผมแบบกาว i99bet

การต่อผมวิธีนี้จะใช้กาวซิลิโคนติดเชื่อมระหว่างผมแท้กับช่อผมที่นำมาต่อเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมกันในหมู่ร้านต่อผม เพราะเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและรวดเร็วทันใจ ทำออกมาแล้วสวยงามดูเป็นธรรมชาติ แต่วิธีนี้อาจไม่เหมาะกับสาวผมมัน และคนที่สระผมบ่อยเท่าไรนัก เพราะจะทำให้กาวเสื่อมสภาพเร็วได้ค่ะ

2. การต่อผมแบบหลอด (แฮร์ล็อก)

เป็นวิธีการต่อผมที่ใช้วัสดุคล้ายหลอดเล็ก ๆ เชื่อมระหว่างผมจริงกับช่อผมที่นำมาต่อ การต่อผมวิธีนี้จะมีความสวยงามเป็นธรรมชาติ และทนทานกว่าแบบแรก ซึ่งต้องใช้ฝีมือ ความชำนาญ และประสบการณ์ของช่างผมเป็นอย่างมาก

3. การต่อผมแบบคลิป (ไมโครริง)

การต่อผมแบบไม่ใช้กาว โดยจะใช้คลิปผมปมเล็ก ๆ ติดเชื่อมกับผมจริง ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับทุกสภาพเส้นผม แต่ก็ควรเลือกช่างผมที่มีความชำนาญ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาด อาจสร้างความเจ็บปวดบริเวณผมที่ต่อเนื่องจากการดึงรั้งของผมจริงได้ค่ะ

4. การต่อผมแบบเส้นต่อเส้น (ผูกเส้นผม)

การต่อผมวิธีนี้จะทำให้เส้นผมดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด เพราะช่างผมจะค่อย ๆ ต่อผมคุณแบบเส้นต่อเส้น จึงใช้เวลาค่อนข้างนาน และมีราคาค่อนข้างแพง เนื่องจากต้องใช้ฝีมือและความชำนาญของช่างเป็นอย่างมาก

การต่อผมแต่ละวิธีนั้น มีทั้งแบบใช้เส้นผมจริง และเส้นผมสังเคราะห์ ซึ่งเส้นผมของคนจริง ๆ จะเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะความเป็นธรรมชาติของเส้นผมนั่นเอง อีกทั้งการต่อผมยังช่วยเปลี่ยนลุคให้คุณเป็นสาวผมยาวได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาไว้ผมให้ยุ่งยาก แค่เข้าร้านทำผมไม่กี่ชั่วโมง ก็เสกผมยาวได้ทันใจแล้ว ซึ่งหลังจากที่ต่อผมควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของเส้นผม พร้อมทั้งดูแลช่อผมด้วยการไม่ขยี้ปมผมแรง ๆ เพราะจะทำให้หลุดร่วงง่าย

แม้ว่าปัจจุบัน แฟชั่นต่อผม จะเป็นที่นิยมกันมาก แต่ว่าสาว ๆ ทราบกันหรือไม่ว่าการต่อผมนี้ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นผมเปราะบาง ขาดหลุดร่วงง่าย แถมดีไม่ดี อาจทำให้เกิดปัญหาผมล้านได้อีกด้วย ยิ่งเวลาที่สาว ๆ ต้องเลื่อนปมผมเมื่อผมยาวขึ้นนั้น จะทำให้ผมจริงหลุดร่วงออกมาด้วยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ต่อผมเป็นระยะเวลานาน 3-6 เดือนขึ้นไป ยิ่งเสี่ยงต่อผมร่วงผมล้านได้ง่าย เพราะเส้นผมเกิดการดึงรั้งบริเวณรากผมเป็นเวลานาน ทำให้รูขุมขนเกิดแรงตึง จึงเป็นสาเหตุให้รากผมอ่อนแอ และทำให้เส้นผมขาดหลุดร่วงได้ บางกรณีอาจรุนแรงมากถึงขั้นผมร่วงในลักษณะหนังศีรษะมีแผลเป็น เป็นตะปุ่มตะป่ำ และมีการติดเชื้อจนเส้นผมบริเวณนั้นไม่ขึ้นอีกต่อไป ส่งผลให้ผมล้านเป็นหย่อม ๆ ซึ่งต้องรักษาด้วยการศัลยกรรมปลูกผมเท่านั้น นอกจากนี้การถอดผมต่อก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านได้เช่นกัน เพราะว่าในขณะที่แกะผมนั้น เส้นผมจริง ๆ จะติดมากับปมผมที่ต่อด้วยนั่นเอง

หากสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผมร่วงจากการต่อผมละก็ แนะนำว่าให้รีบถอดผมต่อออกทันทีค่ะ เพราะหากปล่อยไว้นาน รากผมอาจถูกทำลาย ทำให้เส้นผมไม่สามารถงอกขึ้นมาใหม่ และอาจทำให้ผมล้านได้ โดยหลังจากนี้ควรหมั่นบำรุงรักษาเส้นผมให้กลับมามีสุขภาพดี ทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงรากผม และควรหลีกเลี่ยงการทำเคมีกับเส้นผมไปสักระยะ เช่น การดัด ยืด ทำสี เป็นต้น

การต่อผม ช่วยทำให้ผมของสาว ๆ ดูยาวหนา และสวยงามขึ้นก็จริง แต่ก็อาจแลกมาด้วยเส้นผมและสุขภาพของหนังศีรษะ อย่างไรแล้วยอมสวยแบบธรรมชาติ และเป็นตัวของตัวเองจะดีที่สุดค่ะ ถึงแม้ว่าคุณจะมีผมบาง ผมน้อย ก็อาจหาผลิตภัณฑ์ช่วยบำรุงให้ผมดูหนาและแข็งแรงขึ้น หรือถ้าอยากผมยาวทันใจแต่ไม่อยากเจ็บตัว ก็ลองหาแฮร์พีชสวย ๆ มาใส่สักอัน เท่านี้ก็ดูผมยาวแบบเนียน ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าผมจะร่วงเสียอีกต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

0
แฟชั่นกับตัวตนผู้หญิงทุกคนต้องหาให้เจอ

แฟชั่นกับตัวตนผู้หญิงทุกคนต้องหาให้เจอ

แฟชั่นกับตัวตนผู้หญิงทุกคนต้องหาให้เจอ

 

แฟชั่นกับตัวตนผู้หญิงทุกคนต้องหาให้เจอ

แฟชั่นกับตัวตนผู้หญิงทุกคนต้องหาให้เจอ

ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะในยุคปัจจุบัน เรามาถึงยุคที่สามารถรู้ได้ว่า เราเหมาะกับอะไร และอะไรที่ใช่ บ่อยครั้งที่ “ความชอบ” และ “ความใช่” มันมักจะขัดแย้งเสมอ แม้ว่าคำว่า “แฟชั่น” จะไม่มีถูกผิดก็ตาม

ลองนึกเล่นๆ ดู ชุดสวยๆ 1 ชุด แต่ทำไมผู้หญิง 2 คน ถึงใส่ออกมาได้แตกต่างกัน ดูไม่สวยเหมือนกัน บางคนอาจใส่ออกมาแล้วดูไม่ดีไปเลย เคยสงสัยกันมั้ยคะ? มาค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบ จาก “ศุนยตา ประเสริฐกุล” หรือ “โค้ชออม” กูรูด้านแฟชั่นและสไตล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ตัวตนและบุคลิกภาพ ได้บอกเล่ากับเราว่า…อะไรมีอิทธิพลต่อการแต่งตัว และการแต่งตัวมีผลต่อบุคลิกภาพ และสไตล์บุคลิกภาพนั้น ก็มีผลต่อความสำเร็จและพลังเชิงบวก เราจะขอเรียกมันว่า “จิตวิทยาแฟชั่น” เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจตรงกัน

โค้ชออม เริ่มเล่าให้เราฟังถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยเน้นลงรายละเอียดไปในส่วนของ 2 หัวข้อหลัก คือเรื่องของ “สไตล์” และ “สี”  ที่มีอิทธิพต่อความงามแฟชั่นและภาพลักษณ์โดยตรงของผู้หญิง ว่า  ภาพลักษณ์ = ความสำเร็จ   จริงๆ แล้วการแต่งตัว แฟชั่น สไตล์ รวมไปถึงสีสัน ทุกอย่างมันสะท้อนความเป็น “ผู้หญิง” ในแบบที่เป็นตัวตนของของเรา ดังนั้นการที่จะบอกว่า เราเหมาะสมกับอะไร สไตล์ไหนที่ทำให้เราดูดี แล้วส่งผลให้เสริมสร้างบุคลิกภาพของผู้หญิง มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน จริงๆ เราจะเห็นได้ว่า ผู้หญิงที่เป็นคนสำคัญของโลก หรือระดับประเทศล้วนแต่ต้องผ่านขั้นตอนการค้นหาตัวเองมาแล้วทั้งสิ้น ด้วย “ภาพลักษณ์” มีอิทธิพลโดยตรงต่อความสำเร็จของบุคคลคนนั้น ทำให้ผู้หญิงแต่ละคน ควรรู้จักตัวเอง หรือหาตัวเองให้เจอนั่นเอง

เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด
การวิเคราะห์สไตล์บุคลิกภาพ หรือ Personality Style ก็คือการค้นหาตัวเอง เพื่อแฟชั่น การแต่งตัว และบุคลิกภาพ ถ้าจะให้พูดถึงนิยามก็คือ “การหาตัวตนในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด” จริงๆ แล้วมันมากกว่าสไตล์ บุคลิกภาพ แฟชั่น และการแต่งตัว เพราะมันคือภาพรวมของผู้หญิงคนหนึ่ง เรามีหน้าที่หาสิ่งที่ดีสุดที่อยู่กับตัวเค้า ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ว่ารูปร่างส่วนไหนดีที่สุด สไตล์แบบไหนเหมาะ สีสันโทนไหนดีที่สุด เมื่อสวมใส่เข้าไปแล้วเค้าจะเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองขึ้นมา

ผู้หญิงมันไม่เพอร์เฟกต์
ผู้หญิงทุกคนมันไม่เพอร์เฟกต์อยู่แล้ว ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ในทุกเรื่อง ก่อนที่เราจะวิเคราะห์ตัวตนเค้า เราจะบอกเรื่องวิธีคิดก่อนว่า ไม่ว่าจะอ้วน จะผอม สวยหรือไม่สวย จริงๆ แล้วมันไม่เกี่ยวหรอก มันเกี่ยวกับ “วิธีคิด” ยกตัวอย่าง เราขาใหญ่สะโพกใหญ่นะ แต่เราไม่โฟกัสตรงนั้นเลย ถ้าเราไม่โฟกัส คนอื่นก็จะไม่โฟกัส นี่แหละคือวิธีคิดสำหรับผู้หญิง เราต้องคิดได้แบบนี้ก่อน

คนเรามี “หยิน-หยาง”
ในตัวมนุษย์ทุกคน ผู้หญิงทุกคนมันจะมีความเป็น “หยินและหยาง” ทุกคนต้องมี 2 ฝั่ง สำหรับ “หยาง” นั่นคือตัวแทนของ “ผู้ชาย” ส่วน “หยิน” ตัวแทนของ “ผู้หญิง” อย่างบางคนชอบพูดว่า ตัวเองมี 2 บุคลิก มันก็เป็นไปได้ และไม่ใช่เรื่องแปลก บางทีก็มีคนถามว่า บางวันก็อยากแต่งสบายๆ บางวันก็อยากแต่งเซ็กซี่ๆ มันเกิดขึ้นก็เพราะว่า เราทุกคนล้วนมีหยินหยางในตัวเอง

หาตัวเองให้เจอ
ผู้หญิงบางคนแต่งตัวไม่เป็น แต่อยากเข้าสังคม หรือบางคนเริ่มทำธุรกิจและต้องการที่จะมีภาพลักษณ์ที่ดี น่าเชื่อถือ เราก็ต้องวิเคราะห์และหาสิ่งที่เหมาะสมให้กับเค้า หลายคนเราหาตัวตนให้เค้าได้แล้ว เค้าก็ให้เราไปจัดตู้เสื้อผ้าให้เลย บางคนให้พาไปช็อปปิ้งก็มี เพราะอะไร? เพราะทุกคนไม่รู้ว่าตัวเองมีดีตรงไหน ก็เลยไม่มีความมั่นใจ พอเราเข้าไปช่วยเค้าค้นหาตัวเอง พลังเชิงบวก ความมั่นใจ ทุกอย่างก็จะตามมา และความเป็นตัวตนของเค้า ก็จะกลายเป็นตัวผลักดันให้เค้าเกิดความสำเร็จในสิ่งที่เค้าทำ

ผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ที่สุด

 

เรามองว่า ทุกคนมีสิ่งที่ดีที่สุดอยู่ข้างใน แค่ทุกคนไม่รู้ตัว เราจึงทำหน้าที่แค่เป็นคนไปบอกเค้าว่า เฮ้ย…คุณมีสิ่งนี้นะ คุณมีรูปร่างจุดนี้ดีนะ ตรงนี้ดีที่สุดให้คุณเชื่อมั่นในรูปร่าง บวกกับการใช้สีที่เหมาะ แล้วโทนสีนี้แหละที่เหมาะกับคุณ สไตล์การแต่งตัวแบบนี้ มันเข้ากับบุคลิกภาพคุณที่สุด ดังนั้นคุณจงสวมใส่มันอย่างมั่นใจ…แค่นั้นเอง! เพราะจริงๆ แล้วทุกคน ล้วนมีสไตล์ ทุกสไตล์มีความเลอค่า แค่เราหาสไตล์ที่มันใช่กับตัวเอง คือถ้ามันเป็นตัวเรา เราจะเป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ที่สุด

สไตล์สะท้อนตัวตน
Personality Style หรือสไตล์บุคลิกภาพ มันคือตัวตนที่อยู่ข้างใน เรากำลังจะตามหาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราเป็น ทั้งหมดมันก็จะเชื่อมโยงถึงการแต่งตัว แต่อันดับแรกเราต้องหาสไตล์ที่เราเป็นก่อน อย่างเช่น เราชอบสไตล์คลาสสิก คลาสสิกมันก็สามารถแต่งเป็นสตรีทได้เหมือนกัน แต่เป็นสตรีทแบบคลาสสิก คลาสสิกก็คือ จะแต่งอะไรก็ได้ที่เป็น ขาว ดำ และถ้าจะแต่งสตรีท ก็อาจจะเป็นเสื้อยืดเป๊ะๆ คัตติ้งนิดนึง กับกางเกงยีนส์ขาดๆ แต่คัตติ้งเลิศอะไรแบบนี้ แล้วก็ต่างหูหนึ่งอันก็พอ นี่คือตัวอย่าง

เอาอยู่ VS มันไม่ใช่ตัวเรา
เมื่อหาตัวเองได้แล้ว แฟชั่นก็จะตามมา เราก็จะได้เลือกแฟชั่นให้เหมาะสม เมื่อไหร่สวมใส่ก็จะลงตัว แต่ก็มีหลายๆ คน ที่พยายามจะเป็นสไตล์นั้นๆ แต่เอาไม่อยู่ ทำไมเราเห็นเค้าใส่แล้วใส่ตาม มันไม่เป็นเหมือนเค้า นั่นเพราะมันไม่ใช่ตัวเรา แต่มันต้องมาจากภายใน

6 ประเภทที่ต้องรู้!
Personality Style หรือสไตล์บุคลิกภาพ แบ่งออกเป็น 6 ประเภท

1. Dramatic
บุคลิกภาพ : ลึกลับ ซับซ้อน สะท้อนลุค ที่มีความมั่นใจ แข็งแรง แกลม พลังงานสูง ทำให้ดูมีระดับ ดูมีพลังในตัวเอง มั่งคั่ง ทุกอย่างคือหรูหรา

แต่งตัว : นำเทรนด์สุดๆ สีสันจัดจ้าน แฟชั่นชั้นสูง ดูแพง

2. Aristocratic
บุคลิกภาพ : มีพลัง ชอบผจญภัย ลุคเหมือนราชา ราชินี ซับซ้อนแต่เข้าถึงได้ รักในวัฒนธรรม เสียงแข็งพูดช้า เหมือนพวกขุนนางชั้นสูง ชอบไปเล่นสกี ขี่ม้า ปีนเขา มีความสุขกับมาตรฐานสูง

แต่งตัว : มีความทะมัดทะเเมงในตัว ถึงแม้จะชอบการผจญภัยแต่ต้องแต่งตัวที่มีความหรูหรา อย่างใส่บู้ท แต่ไม่เน้นแต่งหน้า

3. Natural
บุคลิกภาพ : เด็กผู้หญิงสดใส ชอบความสบายๆ มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด แต่มั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง สิ่งของภายนอกไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ ชอบความเป็นธรรมชาติ รักสิ่งแวดล้อม

แต่งตัว : เน้นสะดวกสบาย ใส่เสื้อผ้าด้วยความมั่นใจ เรียบง่าย เน้นผ้าลินิน ผ้าธรรมชาติ แต่งหน้าน้อยมาก

4. Classic
บุคลิกภาพ : เป็นระเบียบ เนี้ยบ เป๊ะ ประณีต มีมารยาทบนโต๊ะอาหารอย่างดีเยี่ยม มีรสนิยมที่ดี มีวัฒนธรรม ชอบควบคุม สั่งการ หรือบงการ

แต่งตัว : รสนิยมการแต่งตัวดีมาก ทุกอย่างต้องเข้ากัน อย่างสูทคลาสสิก ต้องตัดเย็บอย่างประณีต ดูดี เครื่องประดับต้องเป็นมุก

5. Creative
บุคลิกภาพ : เป็นนักช่างฝัน อยู่ในโลกแห่งนิยาย แต่สนุก อ่อนเยาว์ ธรรมชาติ มีความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ศิลปิน และแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง

แต่งตัว : ไม่เหมือนใคร เต็มไปด้วยรายละเอียด เสื้อผ้าเน้นสไตล์วินเทจ ลูกไม้ โบว์ระบาย แต่งตัวดีเลิศ ใส่เครื่องประดับเล็กๆ เต็มไปหมด

6. Romantic
บุคลิกภาพ : เซนซิทีฟ ไวต่อเรื่องแสดงความรู้สึก ดูอบอุ่น มั่นใจ กล้าแสดงออก พลังงานสูง หรูหรา เดินย้วยยาด

แต่งตัว : ชอบหรูหรา เซ็กซี่ งานปัก ผ้าซาติน รักส้นสูง แต่งหน้า ทำผม ทำเล็บ

“แฟชั่น” มันไม่มีกรอบ
แต่จากสไตล์ด้านบน ก็ไม่ได้หมายความว่า เราเป็นสไตล์ไหน แล้วจะไม่สามารถไปแต่งตัวในสไตล์อื่น ซึ่งมันไม่ใช่อย่างแน่นอน แค่เราพรีเซนต์ตัวเองว่า เราจะไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่เป๊ะในกรอบ เพราะใน “แฟชั่น” มันไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีกรอบ สาวๆ สามารถแต่งอะไรก็ได้ แค่เป็นตัวของตัวเอง

ทีนี้เราเข้าใจเรื่อง “สไตล์ส่วนบุคคล” กันแล้ว เรามีรู้จักเรื่องราวของ “สี” กันต่อ ว่าอย่างเช่น “สีแดงเลือดนก” แบบนี้ อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะคะ เรื่องสีอาจไม่สามารถบอกกับสาวๆ ทุกคนได้ แต่อย่างน้อยก็อาจเป็นประโยชน์ให้ทุกคนไปสังเกตด้วยตัวเอง

เรื่องของ “สี”
แต่ละคนมีความเหมาะสมกับ “สี” ไม่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ไม่เหมาะกับสีแดง สีเขียว หรือสีฟ้า แต่หมายถึง “เฉดสี” และ “โทนสี” อย่างเฉดสีและโทนสีที่เกี่ยวข้องกับสไตล์นั้น มีทั้งหมด 10 ฤดู แบ่งเป็น Cool, Warm, Natural การจะหา “สีที่ใช่” ให้ได้นั้น เริ่มจากการค้นหาเม็ดสีเมลานินในผิวเราให้ได้ก่อน ต้องผ่านการวิเคราะห์มากมาย อาจจะต้องใช้เวลาไม่น้อยในการหา แต่ถ้าหาได้แล้ว มันก็จะง่ายต่อการหาฤดูสี

ฤดูของสี
ฤดูสีอย่าง Warm กับ Cool ถ้าเจอสีที่ใช่แล้ว เราต้องมาตรวจวัดว่า สีเหล่านั้น เมื่อเราสวมใส่ไปแล้ว มันจะทำให้สีเด่นกว่าเรา ถ้าสีที่มันไม่ใช่ มันจะกลายเป็นสีที่โดด สวมใส่หรือแต่งเติมไป มันก็ทำให้ดูไม่แมตช์ เพราะอย่าลืมว่า “สีที่ใช่” กับ “สีที่โอเค” มันไม่เหมือนกันค่ะสาวๆ

สีช่วยให้หน้ามีออร่า
ดังนั้นการหาสีที่ใช่ มันจะต้องทำตอนหน้าสด เพราะว่ามันคือการหาสี เราต้องหาสีที่เข้ากับฮีโมโกลบิน เคราติน และเมลานินข้างในตัวเรา คือเมื่อทาบชั้นสีลงไป เราจะเห็นแสงที่ตกกระทบปุ๊บ ถ้ามันสะท้อนทั้ง 3 ตัวที่เรากล่าวถึง สีสันต่างๆ ที่เราสวมใส่หรืออยู่บนเสื้อผ้า มันทำให้หน้าเราผิวเรา “มีออร่า” ไปด้วย

สีเสริมบุคลิก
สีมันมีหลากหลาย ไม่ใช่พอบอกว่า…เราเหมาะกับสีแดงแล้วเราจะใส่แต่สีแดง แต่บอกว่าสีแดง มันจะช่วยเสริมบุคลิกด้านไหน ซึ่งก็ใส่สีอื่นได้ เราก็ต้องดูว่าสีแดงแล้ว แต่เป็นสีแดงเฉดไหน ที่เหมาะกับเรา เราใส่แล้วเราดูมีออร่า ก็โอเค โดยที่เราไม่ต้องไปแต่งเยอะ ใส่สีที่ใช่แล้วไม่ป่วย หน้าดูสดใส ริ้วรอยจางลง จริงๆ การเล่นสีเสื้อผ้าให้แมตช์สีก็เล่นได้นะ แต่ว่าไม่ควรเลือกสีที่ฉูดฉาดจนเกินไป นี่คือส่วนหนึ่งของ Image Style ที่มันทำให้เราเฟรชมากขึ้น มีพลังมากขึ้น

สีเพิ่มพลังความมั่นใจ
การหาสีที่ใช่ ให้คนมีอาร่ามากที่สุด ใส่แล้วผ่อง ดูดีหน้าดูเด็กลง ดูสดใส ใต้ตาสว่างขึ้น ริ้วรอยดูจางลงและดูอ่อนเยาว์ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา มันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจจากภายใน และเรื่องพลังก็คือ เหมือนถ้าเรารู้สิ่งที่ใช่แล้ว เราใส่สิ่งนั้น เราจะรู้สึกว่าพลังงานเรามีมากขึ้น เช่น …

0

“แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019” ใครปัง ใครพัง ส่องให้จุใจ

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 แฟชั่นพรมแดง งาน “ออสการ์ 2019” รวมคนดังระดับโลก เดินประชันสวย-หล่อ บนพรมแดง งานนี้ใครปัง ใครพัง ตามมาส่องกันชัดๆ

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 เริ่มขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ “ออสการ์ 2019” หรือ “อะคาเดมี่ อวอร์ด ครั้งที่ 91” ประจำปี 2019 กับงานประกาศรางวัลทางภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

นอกจากแฟนหนังจะรอคอยร่วมลุ้นรางวัลของเหล่านักแสดง และภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูดในดวงใจแล้ว สายแฟทั้งหลายก็ยังจับตามอง พร้อมอัปเดตแฟชั่นจากเหล่าคนดังจากงานนี้เช่นกัน

ไม่ต้องเสียเวลาอีกต่อไป ใครปัง ใครพัง รอดหรือร่วงแค่ไหน ตามมาส่องแฟชั่นพรมแดงออสการ์ ของเหล่าดารา และเซเลบริตี้ ส่งตรงจากลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกาได้เลย

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 
เริ่มกันที่ “Billy Porter” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังกับลุคบนพรมแดงที่มาแรงแซงหน้าทุกคนไปเลย มากับชุด “ทักซิโด้กำมะหยี่” ดีไซน์ล้ำๆ ท่อนบนเหมือนจะธรรมดา แต่เหลือบมองไปที่ท่อนล่างเป็นกระโปรงสุ่มยาวกรุยกรายแบบเก๋ๆ จากแบรนด์ “Christian Siriano”

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 

สวยและแพงของจริงต้องยกให้กับ “Lady Gaga” ที่มากับสร้อยคอเพชร 128.54 กะรัต ถือเป็นเครื่องประดับจิวเวลรีที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกอีกชิ้นหนึ่ง และยังเคยได้รับการสวมใส่เพียงแค่ 3 ครั้ง ตลอดช่วงเวลาประวัติศาสตร์ 142 ปีที่ผ่านมา จากแบรนด์ “Tiffany & Co.” มูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์ หรือราคาประมาณ 939,600,000 บาท

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 
ส่วนของชุดมากับเดรสเกาะอกสีดำจากห้องเสื้อ “Alexander McQueen” พร้อมถุงมือยาวสีดำ เพิ่มความหรูหราคลาสสิกเข้าไปอีก

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 
“Linda Cardellini” นักแสดงวัย 43 ปี มากับชุดเดรสสีชมพูฟรุ้งฟริ้งสะดุดตา ที่ผสมผสานทั้งความหวานและความเผ็ด มีชั้นเชิง เอาอยู่ได้ด้วยชุดเดียว!

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 
อลังการงานสร้างมาเต็มสุด เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “Glenn Close” นักแสดงหญิงวัย 71 ปียังแจ๋วคนนี้ เธอมากับชุดเดรสสีทองจาก “Carolina Herrera” ที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่มันคือความไม่ธรรมดาที่สุด งานละเอียดยิบมาพร้อมรายละเอียดมาก เป็นงานปักด้วยลูกปัดขนาดเล็กกว่า 3 ล้านชิ้น โดยช่างฝีมือกว่า 40 คน มีน้ำหนักถึง 40 ปอนด์หรือประมาณ 22 กิโลกรัม ด้วยน้ำหนักขนาดนี้ กับคนอายุขนาดนี้ เดินตัวไม่งอถือว่าเริ่ดมากค่ะ

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 
วิ้งวับระยับตาได้อีก สำหรับ “Jennifer Lopez” ราชินีแห่งพรมแดง ที่มาเต็มทุกลุค งานนี้มากับชุดเดรสเมทัลลิก แบรนด์ “Tom Ford” เจิดจรัส พร้อมกับเมคอัพสโมกกี้อายสีดำ สีปากเปลือย เซ็กซี่ขยี้ใจได้แม้จะเป็นชุดที่ปกปิดไปทั้งร่าง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

0

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย ในแบบเรียบงายแต่ดูดีมีสเน่ห์สุดๆ!!

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย ใครบอกว่าเรื่องของการแต่งกายเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับผู้ชาย จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคน ไม่ว่าหญิงหรือชาย

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย หากรู้จักแต่งตัวให้เหมาะสมแล้วหล่ะก็ จะช่วยเพิ่มสเน่ห์ขึ้นมาได้อีกมากโขเลยหล่ะ ซึ่งในบทความนี้ผมก็มีคำแนะนำในการแต่งกายสำหรับผู้ชาย ในสไตล์เรียบง่าย แต่รับรองว่าดูดีสุดๆไปเลยหล่ะ

สไตล์การแต่งตัว นั้นมีหลากหลายพอๆกับผู้หญิงเลยแหละ แต่หนุ่มๆบางคน นั้นก็ไม่ได้ชอบแต่งตัวอะไรเยอะแยะมากมาย และแน่นอนว่าสาวๆบางคนก็ชอบผู้ชายที่แต่งตัวเรียบง่าย ไม่แฟชั่นจ๋า แต่ก็ต้องดูดีนะ!

ไม่ใช่ว่านึกอยากจับอะไรมาใส่ก็ใส่เฉยเลย ไม่ดูว่ามันเข้ากันหรือว่าดูดีหรือเปล่า เพราะงั้นทีมงาน ShopSpot จึงได้รวบรวม สไตล์การแต่งตัวชาย แบบเรียบง่าย แต่เท่ มาให้ดูกัน พร้อมแนะนำทริคการแต่งตัวเล็กๆน้อยๆมาฝาก

เสื้อยืดสีพื้นกับกางเกงยีนส์

เป็นการแต่งตัวที่เบสิคสุดๆ แค่คุณมีกางเกงยีนส์ดีไซน์ดีๆ เนื้อผ้าดีๆสักตัว จะใส่ไปไหนก็หล่อ สีฟอกซีดแบบนี้ก็เท่แบบเซอร์ๆได้ ส่วนเสื้อถ้าจะให้ดีก็ควรเป็นสีขาว สีเทา Top dye หรือสีดำไปเลย ใส่ง่ายได้ตลอด แถมเข้ากับกางเกงยีนส์ทุกสีเฉดอีกต่างหาก โทนสีเสื้อผ้าก็เป็นสิ่งสำคัญที่หนุ่มๆต้องให้ความสำคัญนะ พอยิ่งเราแต่งตัวเบสิคมากๆ แต่ถ้าโทนสีดีแบบ Total look ก็ทำให้คุณดูหล่อ มีสไตล์แล้วล่ะ

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย

เสื้อยืดสีพื้นกับกางเกงผ้าชิโน

กางเกงผ้าชิโน ( Chino ) เป็นกางเกงที่สวมใส่สบาย ใส่ง่าย สามารถใส่ได้ทั้งวันสบายๆลุค Casual หรือจะเป็นลุคกึ่งทางการก็ยังดูดี สีกางเกงชิโนที่หนุ่มต้องมีเลย คือโทนสีครีม หรือ สีเบจ เพราะ Mix and Match ได้ง่ายมาก และดูสะอาดตาเป็นที่สุด

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย

เสื้อยืดแขนยาว

หนุ่มๆอาจไม่คุ้นกับการใส่ เสื้อยืดแขนยาว เพราะอากาศประเทศไทยก็ร้อนแสนร้อน แต่หนุ่มๆลองหาเสื้อตัวไม่หนามาก เนื้อผ้าระบายอากาศดีๆสักตัวดูสิ ช่วยให้ดูดี แบบไม่ขี้เล่นมากไปด้วย เป็นอีกไอเทมที่ใส่แล้วดูดีแน่นอน ควรเลือกเสื้อที่มีไซส์พอดีตัวไม่ฟิต ไม่หลวมมากเกินไป

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย

เสื้อเชิ้ต

เสื้อเชิ้ตเป็นอะไรที่คลาสสิคสำหรับสไตล์การแต่งตัวชาย เพราะใส่ได้ทั้งแบบ Casual และทางการจริงๆ ลองหาเสื้อเชิ้ตทรงสวยๆเนื้อผ้าดีๆ อย่างผ้า Oxford หรือผ้าลินินก็ทำให้คุณได้ลุคแบบสบายๆ ชิลล์ๆ สุดๆแล้ว ส่วนโทนสีที่ดูดีเหมาะกับทุกคน คงจะหนีไม่พ้น สีฟ้าอ่อน สีเทาอ่อน และสีขาว สีเบสิคเหล่านี้หนุ่มๆควรมีติดไว้ในตู้เสื้อผ้าเลยแหละ

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย

เสื้อ+กางเกง+เสื้อคลุม

หลักการแต่งตัวให้ดูดี คือมี 3 ชิ้น แต่ถ้า Blazer จะดูทางการไป ก็ลองเสื้อเชิ้ตสิ เพราะเสื้อเชิ้ตไม่ได้มีไว้แค่ใส่ติดกระดุมธรรมดาๆ แต่สามารถเป็นเสื้อคลุมเท่ๆ ใส่สบายชิลล์ๆ ได้อีกด้วย

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.wegointer.com…

0