แฟชั่น ไลฟ์สไตล์การแต่งตัวที่มาแนะนำให้กับคุณ

ผมสั้นติ่งหู

ผมสั้นติ่งหู

ผมสั้นติ่งหู

ผมสั้นติ่งหู

ผมสั้นติ่งหู

อยากจะเป็นคนใหม่ ไฉไลกว่าเดิม มามะ มาเปลี่ยนทรงผมของตัวเอง เป็นผมสั้นเพื่อเปลี่ยนลุคให้ดู Chic chic Hip hip เพื่อที่เราจะได้โฉดฉายในปี 2019 แต่ประเด็นคือ เวลาบอกช่างว่าจะเอาผมสั้นแบบนี้ๆ แต่ภาพทรงผมสั้นในหัวเราไม่เคยยยจะตรงกับภาพในหัวช่างตัดผมเลยซักนิด เพราะฉะนั้น! ดูแนวทรงผมสั้นแล้วจิ้มเอาเลยจ้าว่าอยากได้แบบไหน

สำหรับสาวมั่นที่อยากลองเปลี่ยนลุคแบบสุดขั้ว ลองมาตัดผมความสั้นเท่าติ่งหู โดยไม่ต้องซอยหรือสไลซ์ ปล่อยปลายผมให้ตรง ๆ ทื่อ ๆ ย้อนวัยเป็นนักเรียนม.ต้น แต่ดูมีความสวยแบบชิค ๆ เพิ่มเติม อาจจะกัดสีผมให้อ่อนลงหรือจะทำผมสีดำแบบธรรมชาติก็ให้ลุคแซ่บที่แตกต่างกันไป แถมยังดูเป็นสาว Hipster เก๋ ๆ ตามเทรนด์วัยรุ่นในปัจจุบันอีกด้วย i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.wongnai.com…

0
ผมสั้นประบ่าแสกข้างมีวอลลุ่ม

ไอเดียผมสั้นประบ่าแสกข้างมีวอลลุ่ม ให้มีวอลลุ่มเล็กน้อย ดูสวยแบบธรรมชาติ ไม่พยายามเกินไป

ไอเดียผมสั้นประบ่าแสกข้างมีวอลลุ่ม

ผมสั้นประบ่าแสกข้างมีวอลลุ่ม

 

ไอเดียผมสั้นประบ่าแสกข้างมีวอลลุ่ม ทำให้หน้าดูเด็กลง ลดอายุของเราไปได้เยอะเลยทีเดียว

อยากจะเป็นคนใหม่ ไฉไลกว่าเดิม มามะ มาเปลี่ยนทรงผมของตัวเอง เป็นผมสั้นเพื่อเปลี่ยนลุคให้ดู Chic chic Hip hip เพื่อที่เราจะได้โฉดฉายในปี 2019 แต่ประเด็นคือ เวลาบอกช่างว่าจะเอาผมสั้นแบบนี้ๆ แต่ภาพทรงผมสั้นในหัวเราไม่เคยยยจะตรงกับภาพในหัวช่างตัดผมเลยซักนิด เพราะฉะนั้น ทรงนี้เรย ผมสั้นประบ่าแสกข้างมีวอลลุ่ม

ผมสั้นประบ่าแสกข้างมีวอล

 

ตัดผมสั้นประบ่าแล้วแสกข้างก็เป็นอีกลุคที่ตัดแล้วรอดแน่ ๆ ปลอดภัย และเหมาะกับสาว ๆ ที่อาจจะยังไม่กล้าตัดผมสั้น ๆ ไปเลย ให้ค่อย ๆ เริ่มจากตัดผมสั้นความยาวประบ่า ม้วนปลายผมแล้วใช้หวีสางให้มีวอลลุ่มเล็กน้อย ดูสวยแบบธรรมชาติ ไม่พยายามเกินไป พร้อมกับผมแสกข้างที่ทำให้ลุคของเราดูชิคและเป็นสาวที่มีความมั่นใจมากขึ้น  i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.wongnai.com…

0
แฟชั่นกับตัวตนผู้หญิงทุกคนต้องหาให้เจอ

แฟชั่นกับตัวตนผู้หญิงทุกคนต้องหาให้เจอ

แฟชั่นกับตัวตนผู้หญิงทุกคนต้องหาให้เจอ

 

แฟชั่นกับตัวตนผู้หญิงทุกคนต้องหาให้เจอ

แฟชั่นกับตัวตนผู้หญิงทุกคนต้องหาให้เจอ

ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะในยุคปัจจุบัน เรามาถึงยุคที่สามารถรู้ได้ว่า เราเหมาะกับอะไร และอะไรที่ใช่ บ่อยครั้งที่ “ความชอบ” และ “ความใช่” มันมักจะขัดแย้งเสมอ แม้ว่าคำว่า “แฟชั่น” จะไม่มีถูกผิดก็ตาม

ลองนึกเล่นๆ ดู ชุดสวยๆ 1 ชุด แต่ทำไมผู้หญิง 2 คน ถึงใส่ออกมาได้แตกต่างกัน ดูไม่สวยเหมือนกัน บางคนอาจใส่ออกมาแล้วดูไม่ดีไปเลย เคยสงสัยกันมั้ยคะ? มาค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบ จาก “ศุนยตา ประเสริฐกุล” หรือ “โค้ชออม” กูรูด้านแฟชั่นและสไตล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ตัวตนและบุคลิกภาพ ได้บอกเล่ากับเราว่า…อะไรมีอิทธิพลต่อการแต่งตัว และการแต่งตัวมีผลต่อบุคลิกภาพ และสไตล์บุคลิกภาพนั้น ก็มีผลต่อความสำเร็จและพลังเชิงบวก เราจะขอเรียกมันว่า “จิตวิทยาแฟชั่น” เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจตรงกัน

โค้ชออม เริ่มเล่าให้เราฟังถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยเน้นลงรายละเอียดไปในส่วนของ 2 หัวข้อหลัก คือเรื่องของ “สไตล์” และ “สี”  ที่มีอิทธิพต่อความงามแฟชั่นและภาพลักษณ์โดยตรงของผู้หญิง ว่า  ภาพลักษณ์ = ความสำเร็จ   จริงๆ แล้วการแต่งตัว แฟชั่น สไตล์ รวมไปถึงสีสัน ทุกอย่างมันสะท้อนความเป็น “ผู้หญิง” ในแบบที่เป็นตัวตนของของเรา ดังนั้นการที่จะบอกว่า เราเหมาะสมกับอะไร สไตล์ไหนที่ทำให้เราดูดี แล้วส่งผลให้เสริมสร้างบุคลิกภาพของผู้หญิง มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน จริงๆ เราจะเห็นได้ว่า ผู้หญิงที่เป็นคนสำคัญของโลก หรือระดับประเทศล้วนแต่ต้องผ่านขั้นตอนการค้นหาตัวเองมาแล้วทั้งสิ้น ด้วย “ภาพลักษณ์” มีอิทธิพลโดยตรงต่อความสำเร็จของบุคคลคนนั้น ทำให้ผู้หญิงแต่ละคน ควรรู้จักตัวเอง หรือหาตัวเองให้เจอนั่นเอง

เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด
การวิเคราะห์สไตล์บุคลิกภาพ หรือ Personality Style ก็คือการค้นหาตัวเอง เพื่อแฟชั่น การแต่งตัว และบุคลิกภาพ ถ้าจะให้พูดถึงนิยามก็คือ “การหาตัวตนในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด” จริงๆ แล้วมันมากกว่าสไตล์ บุคลิกภาพ แฟชั่น และการแต่งตัว เพราะมันคือภาพรวมของผู้หญิงคนหนึ่ง เรามีหน้าที่หาสิ่งที่ดีสุดที่อยู่กับตัวเค้า ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ว่ารูปร่างส่วนไหนดีที่สุด สไตล์แบบไหนเหมาะ สีสันโทนไหนดีที่สุด เมื่อสวมใส่เข้าไปแล้วเค้าจะเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองขึ้นมา

ผู้หญิงมันไม่เพอร์เฟกต์
ผู้หญิงทุกคนมันไม่เพอร์เฟกต์อยู่แล้ว ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ในทุกเรื่อง ก่อนที่เราจะวิเคราะห์ตัวตนเค้า เราจะบอกเรื่องวิธีคิดก่อนว่า ไม่ว่าจะอ้วน จะผอม สวยหรือไม่สวย จริงๆ แล้วมันไม่เกี่ยวหรอก มันเกี่ยวกับ “วิธีคิด” ยกตัวอย่าง เราขาใหญ่สะโพกใหญ่นะ แต่เราไม่โฟกัสตรงนั้นเลย ถ้าเราไม่โฟกัส คนอื่นก็จะไม่โฟกัส นี่แหละคือวิธีคิดสำหรับผู้หญิง เราต้องคิดได้แบบนี้ก่อน

คนเรามี “หยิน-หยาง”
ในตัวมนุษย์ทุกคน ผู้หญิงทุกคนมันจะมีความเป็น “หยินและหยาง” ทุกคนต้องมี 2 ฝั่ง สำหรับ “หยาง” นั่นคือตัวแทนของ “ผู้ชาย” ส่วน “หยิน” ตัวแทนของ “ผู้หญิง” อย่างบางคนชอบพูดว่า ตัวเองมี 2 บุคลิก มันก็เป็นไปได้ และไม่ใช่เรื่องแปลก บางทีก็มีคนถามว่า บางวันก็อยากแต่งสบายๆ บางวันก็อยากแต่งเซ็กซี่ๆ มันเกิดขึ้นก็เพราะว่า เราทุกคนล้วนมีหยินหยางในตัวเอง

หาตัวเองให้เจอ
ผู้หญิงบางคนแต่งตัวไม่เป็น แต่อยากเข้าสังคม หรือบางคนเริ่มทำธุรกิจและต้องการที่จะมีภาพลักษณ์ที่ดี น่าเชื่อถือ เราก็ต้องวิเคราะห์และหาสิ่งที่เหมาะสมให้กับเค้า หลายคนเราหาตัวตนให้เค้าได้แล้ว เค้าก็ให้เราไปจัดตู้เสื้อผ้าให้เลย บางคนให้พาไปช็อปปิ้งก็มี เพราะอะไร? เพราะทุกคนไม่รู้ว่าตัวเองมีดีตรงไหน ก็เลยไม่มีความมั่นใจ พอเราเข้าไปช่วยเค้าค้นหาตัวเอง พลังเชิงบวก ความมั่นใจ ทุกอย่างก็จะตามมา และความเป็นตัวตนของเค้า ก็จะกลายเป็นตัวผลักดันให้เค้าเกิดความสำเร็จในสิ่งที่เค้าทำ

ผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ที่สุด

 

เรามองว่า ทุกคนมีสิ่งที่ดีที่สุดอยู่ข้างใน แค่ทุกคนไม่รู้ตัว เราจึงทำหน้าที่แค่เป็นคนไปบอกเค้าว่า เฮ้ย…คุณมีสิ่งนี้นะ คุณมีรูปร่างจุดนี้ดีนะ ตรงนี้ดีที่สุดให้คุณเชื่อมั่นในรูปร่าง บวกกับการใช้สีที่เหมาะ แล้วโทนสีนี้แหละที่เหมาะกับคุณ สไตล์การแต่งตัวแบบนี้ มันเข้ากับบุคลิกภาพคุณที่สุด ดังนั้นคุณจงสวมใส่มันอย่างมั่นใจ…แค่นั้นเอง! เพราะจริงๆ แล้วทุกคน ล้วนมีสไตล์ ทุกสไตล์มีความเลอค่า แค่เราหาสไตล์ที่มันใช่กับตัวเอง คือถ้ามันเป็นตัวเรา เราจะเป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ที่สุด

สไตล์สะท้อนตัวตน
Personality Style หรือสไตล์บุคลิกภาพ มันคือตัวตนที่อยู่ข้างใน เรากำลังจะตามหาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราเป็น ทั้งหมดมันก็จะเชื่อมโยงถึงการแต่งตัว แต่อันดับแรกเราต้องหาสไตล์ที่เราเป็นก่อน อย่างเช่น เราชอบสไตล์คลาสสิก คลาสสิกมันก็สามารถแต่งเป็นสตรีทได้เหมือนกัน แต่เป็นสตรีทแบบคลาสสิก คลาสสิกก็คือ จะแต่งอะไรก็ได้ที่เป็น ขาว ดำ และถ้าจะแต่งสตรีท ก็อาจจะเป็นเสื้อยืดเป๊ะๆ คัตติ้งนิดนึง กับกางเกงยีนส์ขาดๆ แต่คัตติ้งเลิศอะไรแบบนี้ แล้วก็ต่างหูหนึ่งอันก็พอ นี่คือตัวอย่าง

เอาอยู่ VS มันไม่ใช่ตัวเรา
เมื่อหาตัวเองได้แล้ว แฟชั่นก็จะตามมา เราก็จะได้เลือกแฟชั่นให้เหมาะสม เมื่อไหร่สวมใส่ก็จะลงตัว แต่ก็มีหลายๆ คน ที่พยายามจะเป็นสไตล์นั้นๆ แต่เอาไม่อยู่ ทำไมเราเห็นเค้าใส่แล้วใส่ตาม มันไม่เป็นเหมือนเค้า นั่นเพราะมันไม่ใช่ตัวเรา แต่มันต้องมาจากภายใน

6 ประเภทที่ต้องรู้!
Personality Style หรือสไตล์บุคลิกภาพ แบ่งออกเป็น 6 ประเภท

1. Dramatic
บุคลิกภาพ : ลึกลับ ซับซ้อน สะท้อนลุค ที่มีความมั่นใจ แข็งแรง แกลม พลังงานสูง ทำให้ดูมีระดับ ดูมีพลังในตัวเอง มั่งคั่ง ทุกอย่างคือหรูหรา

แต่งตัว : นำเทรนด์สุดๆ สีสันจัดจ้าน แฟชั่นชั้นสูง ดูแพง

2. Aristocratic
บุคลิกภาพ : มีพลัง ชอบผจญภัย ลุคเหมือนราชา ราชินี ซับซ้อนแต่เข้าถึงได้ รักในวัฒนธรรม เสียงแข็งพูดช้า เหมือนพวกขุนนางชั้นสูง ชอบไปเล่นสกี ขี่ม้า ปีนเขา มีความสุขกับมาตรฐานสูง

แต่งตัว : มีความทะมัดทะเเมงในตัว ถึงแม้จะชอบการผจญภัยแต่ต้องแต่งตัวที่มีความหรูหรา อย่างใส่บู้ท แต่ไม่เน้นแต่งหน้า

3. Natural
บุคลิกภาพ : เด็กผู้หญิงสดใส ชอบความสบายๆ มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด แต่มั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง สิ่งของภายนอกไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ ชอบความเป็นธรรมชาติ รักสิ่งแวดล้อม

แต่งตัว : เน้นสะดวกสบาย ใส่เสื้อผ้าด้วยความมั่นใจ เรียบง่าย เน้นผ้าลินิน ผ้าธรรมชาติ แต่งหน้าน้อยมาก

4. Classic
บุคลิกภาพ : เป็นระเบียบ เนี้ยบ เป๊ะ ประณีต มีมารยาทบนโต๊ะอาหารอย่างดีเยี่ยม มีรสนิยมที่ดี มีวัฒนธรรม ชอบควบคุม สั่งการ หรือบงการ

แต่งตัว : รสนิยมการแต่งตัวดีมาก ทุกอย่างต้องเข้ากัน อย่างสูทคลาสสิก ต้องตัดเย็บอย่างประณีต ดูดี เครื่องประดับต้องเป็นมุก

5. Creative
บุคลิกภาพ : เป็นนักช่างฝัน อยู่ในโลกแห่งนิยาย แต่สนุก อ่อนเยาว์ ธรรมชาติ มีความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ศิลปิน และแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง

แต่งตัว : ไม่เหมือนใคร เต็มไปด้วยรายละเอียด เสื้อผ้าเน้นสไตล์วินเทจ ลูกไม้ โบว์ระบาย แต่งตัวดีเลิศ ใส่เครื่องประดับเล็กๆ เต็มไปหมด

6. Romantic
บุคลิกภาพ : เซนซิทีฟ ไวต่อเรื่องแสดงความรู้สึก ดูอบอุ่น มั่นใจ กล้าแสดงออก พลังงานสูง หรูหรา เดินย้วยยาด

แต่งตัว : ชอบหรูหรา เซ็กซี่ งานปัก ผ้าซาติน รักส้นสูง แต่งหน้า ทำผม ทำเล็บ

“แฟชั่น” มันไม่มีกรอบ
แต่จากสไตล์ด้านบน ก็ไม่ได้หมายความว่า เราเป็นสไตล์ไหน แล้วจะไม่สามารถไปแต่งตัวในสไตล์อื่น ซึ่งมันไม่ใช่อย่างแน่นอน แค่เราพรีเซนต์ตัวเองว่า เราจะไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่เป๊ะในกรอบ เพราะใน “แฟชั่น” มันไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีกรอบ สาวๆ สามารถแต่งอะไรก็ได้ แค่เป็นตัวของตัวเอง

ทีนี้เราเข้าใจเรื่อง “สไตล์ส่วนบุคคล” กันแล้ว เรามีรู้จักเรื่องราวของ “สี” กันต่อ ว่าอย่างเช่น “สีแดงเลือดนก” แบบนี้ อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะคะ เรื่องสีอาจไม่สามารถบอกกับสาวๆ ทุกคนได้ แต่อย่างน้อยก็อาจเป็นประโยชน์ให้ทุกคนไปสังเกตด้วยตัวเอง

เรื่องของ “สี”
แต่ละคนมีความเหมาะสมกับ “สี” ไม่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ไม่เหมาะกับสีแดง สีเขียว หรือสีฟ้า แต่หมายถึง “เฉดสี” และ “โทนสี” อย่างเฉดสีและโทนสีที่เกี่ยวข้องกับสไตล์นั้น มีทั้งหมด 10 ฤดู แบ่งเป็น Cool, Warm, Natural การจะหา “สีที่ใช่” ให้ได้นั้น เริ่มจากการค้นหาเม็ดสีเมลานินในผิวเราให้ได้ก่อน ต้องผ่านการวิเคราะห์มากมาย อาจจะต้องใช้เวลาไม่น้อยในการหา แต่ถ้าหาได้แล้ว มันก็จะง่ายต่อการหาฤดูสี

ฤดูของสี
ฤดูสีอย่าง Warm กับ Cool ถ้าเจอสีที่ใช่แล้ว เราต้องมาตรวจวัดว่า สีเหล่านั้น เมื่อเราสวมใส่ไปแล้ว มันจะทำให้สีเด่นกว่าเรา ถ้าสีที่มันไม่ใช่ มันจะกลายเป็นสีที่โดด สวมใส่หรือแต่งเติมไป มันก็ทำให้ดูไม่แมตช์ เพราะอย่าลืมว่า “สีที่ใช่” กับ “สีที่โอเค” มันไม่เหมือนกันค่ะสาวๆ

สีช่วยให้หน้ามีออร่า
ดังนั้นการหาสีที่ใช่ มันจะต้องทำตอนหน้าสด เพราะว่ามันคือการหาสี เราต้องหาสีที่เข้ากับฮีโมโกลบิน เคราติน และเมลานินข้างในตัวเรา คือเมื่อทาบชั้นสีลงไป เราจะเห็นแสงที่ตกกระทบปุ๊บ ถ้ามันสะท้อนทั้ง 3 ตัวที่เรากล่าวถึง สีสันต่างๆ ที่เราสวมใส่หรืออยู่บนเสื้อผ้า มันทำให้หน้าเราผิวเรา “มีออร่า” ไปด้วย

สีเสริมบุคลิก
สีมันมีหลากหลาย ไม่ใช่พอบอกว่า…เราเหมาะกับสีแดงแล้วเราจะใส่แต่สีแดง แต่บอกว่าสีแดง มันจะช่วยเสริมบุคลิกด้านไหน ซึ่งก็ใส่สีอื่นได้ เราก็ต้องดูว่าสีแดงแล้ว แต่เป็นสีแดงเฉดไหน ที่เหมาะกับเรา เราใส่แล้วเราดูมีออร่า ก็โอเค โดยที่เราไม่ต้องไปแต่งเยอะ ใส่สีที่ใช่แล้วไม่ป่วย หน้าดูสดใส ริ้วรอยจางลง จริงๆ การเล่นสีเสื้อผ้าให้แมตช์สีก็เล่นได้นะ แต่ว่าไม่ควรเลือกสีที่ฉูดฉาดจนเกินไป นี่คือส่วนหนึ่งของ Image Style ที่มันทำให้เราเฟรชมากขึ้น มีพลังมากขึ้น

สีเพิ่มพลังความมั่นใจ
การหาสีที่ใช่ ให้คนมีอาร่ามากที่สุด ใส่แล้วผ่อง ดูดีหน้าดูเด็กลง ดูสดใส ใต้ตาสว่างขึ้น ริ้วรอยดูจางลงและดูอ่อนเยาว์ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา มันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจจากภายใน และเรื่องพลังก็คือ เหมือนถ้าเรารู้สิ่งที่ใช่แล้ว เราใส่สิ่งนั้น เราจะรู้สึกว่าพลังงานเรามีมากขึ้น เช่น …

0

“แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019” ใครปัง ใครพัง ส่องให้จุใจ

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 แฟชั่นพรมแดง งาน “ออสการ์ 2019” รวมคนดังระดับโลก เดินประชันสวย-หล่อ บนพรมแดง งานนี้ใครปัง ใครพัง ตามมาส่องกันชัดๆ

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 เริ่มขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ “ออสการ์ 2019” หรือ “อะคาเดมี่ อวอร์ด ครั้งที่ 91” ประจำปี 2019 กับงานประกาศรางวัลทางภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

นอกจากแฟนหนังจะรอคอยร่วมลุ้นรางวัลของเหล่านักแสดง และภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูดในดวงใจแล้ว สายแฟทั้งหลายก็ยังจับตามอง พร้อมอัปเดตแฟชั่นจากเหล่าคนดังจากงานนี้เช่นกัน

ไม่ต้องเสียเวลาอีกต่อไป ใครปัง ใครพัง รอดหรือร่วงแค่ไหน ตามมาส่องแฟชั่นพรมแดงออสการ์ ของเหล่าดารา และเซเลบริตี้ ส่งตรงจากลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกาได้เลย

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 
เริ่มกันที่ “Billy Porter” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังกับลุคบนพรมแดงที่มาแรงแซงหน้าทุกคนไปเลย มากับชุด “ทักซิโด้กำมะหยี่” ดีไซน์ล้ำๆ ท่อนบนเหมือนจะธรรมดา แต่เหลือบมองไปที่ท่อนล่างเป็นกระโปรงสุ่มยาวกรุยกรายแบบเก๋ๆ จากแบรนด์ “Christian Siriano”

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 

สวยและแพงของจริงต้องยกให้กับ “Lady Gaga” ที่มากับสร้อยคอเพชร 128.54 กะรัต ถือเป็นเครื่องประดับจิวเวลรีที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกอีกชิ้นหนึ่ง และยังเคยได้รับการสวมใส่เพียงแค่ 3 ครั้ง ตลอดช่วงเวลาประวัติศาสตร์ 142 ปีที่ผ่านมา จากแบรนด์ “Tiffany & Co.” มูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์ หรือราคาประมาณ 939,600,000 บาท

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 
ส่วนของชุดมากับเดรสเกาะอกสีดำจากห้องเสื้อ “Alexander McQueen” พร้อมถุงมือยาวสีดำ เพิ่มความหรูหราคลาสสิกเข้าไปอีก

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 
“Linda Cardellini” นักแสดงวัย 43 ปี มากับชุดเดรสสีชมพูฟรุ้งฟริ้งสะดุดตา ที่ผสมผสานทั้งความหวานและความเผ็ด มีชั้นเชิง เอาอยู่ได้ด้วยชุดเดียว!

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 
อลังการงานสร้างมาเต็มสุด เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “Glenn Close” นักแสดงหญิงวัย 71 ปียังแจ๋วคนนี้ เธอมากับชุดเดรสสีทองจาก “Carolina Herrera” ที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่มันคือความไม่ธรรมดาที่สุด งานละเอียดยิบมาพร้อมรายละเอียดมาก เป็นงานปักด้วยลูกปัดขนาดเล็กกว่า 3 ล้านชิ้น โดยช่างฝีมือกว่า 40 คน มีน้ำหนักถึง 40 ปอนด์หรือประมาณ 22 กิโลกรัม ด้วยน้ำหนักขนาดนี้ กับคนอายุขนาดนี้ เดินตัวไม่งอถือว่าเริ่ดมากค่ะ

แฟชั่นพรมแดงออสการ์ 2019 
วิ้งวับระยับตาได้อีก สำหรับ “Jennifer Lopez” ราชินีแห่งพรมแดง ที่มาเต็มทุกลุค งานนี้มากับชุดเดรสเมทัลลิก แบรนด์ “Tom Ford” เจิดจรัส พร้อมกับเมคอัพสโมกกี้อายสีดำ สีปากเปลือย เซ็กซี่ขยี้ใจได้แม้จะเป็นชุดที่ปกปิดไปทั้งร่าง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

0

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย ในแบบเรียบงายแต่ดูดีมีสเน่ห์สุดๆ!!

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย ใครบอกว่าเรื่องของการแต่งกายเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับผู้ชาย จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคน ไม่ว่าหญิงหรือชาย

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย หากรู้จักแต่งตัวให้เหมาะสมแล้วหล่ะก็ จะช่วยเพิ่มสเน่ห์ขึ้นมาได้อีกมากโขเลยหล่ะ ซึ่งในบทความนี้ผมก็มีคำแนะนำในการแต่งกายสำหรับผู้ชาย ในสไตล์เรียบง่าย แต่รับรองว่าดูดีสุดๆไปเลยหล่ะ

สไตล์การแต่งตัว นั้นมีหลากหลายพอๆกับผู้หญิงเลยแหละ แต่หนุ่มๆบางคน นั้นก็ไม่ได้ชอบแต่งตัวอะไรเยอะแยะมากมาย และแน่นอนว่าสาวๆบางคนก็ชอบผู้ชายที่แต่งตัวเรียบง่าย ไม่แฟชั่นจ๋า แต่ก็ต้องดูดีนะ!

ไม่ใช่ว่านึกอยากจับอะไรมาใส่ก็ใส่เฉยเลย ไม่ดูว่ามันเข้ากันหรือว่าดูดีหรือเปล่า เพราะงั้นทีมงาน ShopSpot จึงได้รวบรวม สไตล์การแต่งตัวชาย แบบเรียบง่าย แต่เท่ มาให้ดูกัน พร้อมแนะนำทริคการแต่งตัวเล็กๆน้อยๆมาฝาก

เสื้อยืดสีพื้นกับกางเกงยีนส์

เป็นการแต่งตัวที่เบสิคสุดๆ แค่คุณมีกางเกงยีนส์ดีไซน์ดีๆ เนื้อผ้าดีๆสักตัว จะใส่ไปไหนก็หล่อ สีฟอกซีดแบบนี้ก็เท่แบบเซอร์ๆได้ ส่วนเสื้อถ้าจะให้ดีก็ควรเป็นสีขาว สีเทา Top dye หรือสีดำไปเลย ใส่ง่ายได้ตลอด แถมเข้ากับกางเกงยีนส์ทุกสีเฉดอีกต่างหาก โทนสีเสื้อผ้าก็เป็นสิ่งสำคัญที่หนุ่มๆต้องให้ความสำคัญนะ พอยิ่งเราแต่งตัวเบสิคมากๆ แต่ถ้าโทนสีดีแบบ Total look ก็ทำให้คุณดูหล่อ มีสไตล์แล้วล่ะ

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย

เสื้อยืดสีพื้นกับกางเกงผ้าชิโน

กางเกงผ้าชิโน ( Chino ) เป็นกางเกงที่สวมใส่สบาย ใส่ง่าย สามารถใส่ได้ทั้งวันสบายๆลุค Casual หรือจะเป็นลุคกึ่งทางการก็ยังดูดี สีกางเกงชิโนที่หนุ่มต้องมีเลย คือโทนสีครีม หรือ สีเบจ เพราะ Mix and Match ได้ง่ายมาก และดูสะอาดตาเป็นที่สุด

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย

เสื้อยืดแขนยาว

หนุ่มๆอาจไม่คุ้นกับการใส่ เสื้อยืดแขนยาว เพราะอากาศประเทศไทยก็ร้อนแสนร้อน แต่หนุ่มๆลองหาเสื้อตัวไม่หนามาก เนื้อผ้าระบายอากาศดีๆสักตัวดูสิ ช่วยให้ดูดี แบบไม่ขี้เล่นมากไปด้วย เป็นอีกไอเทมที่ใส่แล้วดูดีแน่นอน ควรเลือกเสื้อที่มีไซส์พอดีตัวไม่ฟิต ไม่หลวมมากเกินไป

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย

เสื้อเชิ้ต

เสื้อเชิ้ตเป็นอะไรที่คลาสสิคสำหรับสไตล์การแต่งตัวชาย เพราะใส่ได้ทั้งแบบ Casual และทางการจริงๆ ลองหาเสื้อเชิ้ตทรงสวยๆเนื้อผ้าดีๆ อย่างผ้า Oxford หรือผ้าลินินก็ทำให้คุณได้ลุคแบบสบายๆ ชิลล์ๆ สุดๆแล้ว ส่วนโทนสีที่ดูดีเหมาะกับทุกคน คงจะหนีไม่พ้น สีฟ้าอ่อน สีเทาอ่อน และสีขาว สีเบสิคเหล่านี้หนุ่มๆควรมีติดไว้ในตู้เสื้อผ้าเลยแหละ

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย

เสื้อ+กางเกง+เสื้อคลุม

หลักการแต่งตัวให้ดูดี คือมี 3 ชิ้น แต่ถ้า Blazer จะดูทางการไป ก็ลองเสื้อเชิ้ตสิ เพราะเสื้อเชิ้ตไม่ได้มีไว้แค่ใส่ติดกระดุมธรรมดาๆ แต่สามารถเป็นเสื้อคลุมเท่ๆ ใส่สบายชิลล์ๆ ได้อีกด้วย

สไตล์การแต่งตัวสำหรับผู้ชาย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.wegointer.com…

0
พังก์ เกาหลี วินเทจ

พังก์ เกาหลี วินเทจ! เจ๊พาสแกนแฟชั่นสตรีทเดินเที่ยวชิลๆ แต่เก๋เบอร์แรง

พังก์ เกาหลี วินเทจ พอดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน… อร๊ายยย เนื้อเพลงพี่ป้างติดหูจริงอะไรจริงจนต้องขอร้องออกมาดังๆ

พังก์ เกาหลี วินเทจ ขอเซย์ฮัลโหลคุณผู้อ่านแฟชั่นนิสต้าทั้งหลายกันก่อนนะคะ อย่างที่บอกกันไปตั้งแต่เริ่ม สัปดาห์นี้เรายังอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักรและพร้อมแล้วที่จะอัพเดต แฟชั่น ที่บอกตรงๆ ว่ามีเสน่ห์เหลือเกินมาให้ได้ชมกัน…

STAR เจอสาว 4 คน 4 สไตล์ บอกตามตรงว่าฉันรักแฟชั่นของเธอทุกคนจ้ะสาวน้อย อะไรจะแต่งตัวดีเริดขนาดนี้ เกาหลีก็มา พังก์ก็มี วินเทจก็เอา คุมโทนก็เริด โอ๊ย! เพราะทุกวันคือรันเวย์สินะ แต่งตัววนไปค่ะ ไม่อยากอารัมภบทเยอะให้คุณผู้อ่านต้องเคืองใจ ไปสแกนแฟชั่นสตรีทพร้อมๆ กันกับเราเถอะ!

คนแรก : อันยองสาวน้อย KOREAN STYLE

พังก์ เกาหลี วินเทจ
สาวน้อยหน้าใสเธอมาด้วยลุค KOREAN STYLE โคเรียเอาซะมากๆ ด้วยชุดเดรสยีนส์น่ารักแค่ชุดเดียวก็เอาอยู่ สาวน้อยบอกกับเราว่าเธอชื่นชอบการแต่งตัวแบบเกาหลี บอกเลยว่าด้วยความเป็นติ่งเกาหลีของ STAR เราก็ชื่นชอบลุคนี้มากเช่นกัน โดยเฉพาะไอเท็มเก๋ๆ ที่ทำให้เธอมีสไตล์มากยิ่งขึ้นกับ ถุงเท้า ที่เธอบอกกับเราว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่เธอขาดไม่ได้เลย ยิ่งใส่กับรองเท้าผ้าใบสักคู่ ดูลงตัวคิวท์ๆ ไปอีก

ชื่อ : แพร – ณัฎฐณิชา ธนาสิริชัยกุล

อายุ : 19 ปี

อาชีพ : นักศึกษา

สไตล์การแต่งตัว : KOREAN STYLE

แหล่งช็อปปิ้งสุดโปรด : จตุจักร

แอคเซสเซอรี่ที่ขาดไม่ได้ : ถุงเท้า กำไล แหวน ต่างหู

เสื้อผ้า : VINTAGE

กระเป๋า : VINTAGE

รองเท้า : CONVERSE

อินสตาแกรม : pearcchick

คนที่ 2 : หุ่นนางแบบ วินเทจเชิดๆ เริดๆ

พังก์ เกาหลี วินเทจ
สำหรับคนที่สองนั้น เธอเป็นสาวหน้าเก๋ ที่เราจดๆ จ้องๆ อยู่นานว่าใช่สาวไทย เกาหลี ญี่ปุ่น หรือจีนกันแน่ พอลองเข้าไปทักทายสรุปเธอคือคนไทยจ้า ด้วยลุคโดดเด่นหุ่นนางแบบมาแต่ไกล STAR ก็ไม่พลาดเก็บมาให้ทุกคนได้ชื่นชมกัน บอกเลยว่าประทับใจกับแฟชั่นของเธอคนนี้กับลุคที่ดูไม่เยอะแต่เก๋ๆ ไปอีกอะตัวเทอว์ กับเสื้อสายเดี่ยวข้างในมีความลูกไม้เบาๆ และกางเกงเอวสูงสีเทากับเข็มขัดแบบเชิดๆ เริดๆ จบลงด้วยรองเท้าผ้าใบสีขาว แต่งแค่นี้เองแต่ทำไมเธอดูเริดจังคะคุณผู้ชม

ชื่อ : ณัฐรุจา ตรีคูณวัฒนา

อายุ : 23 ปี

อาชีพ : นางแบบ

สไตล์การแต่งตัว : VINTAGE

แหล่งช็อปปิ้งสุดโปรด : ร้านมือสอง / IG

แอคเซสเซอรี่ที่ขาดไม่ได้ : ต่างหู

เสื้อ : pomelo

กางเกง : pennypincher

กระเป๋า : ucastore

รองเท้า : Converse Jack Purcell

อินสตาแกรม : gooknatruja

คนที่ 3 : สวยซ่าอย่างแรงงง วิถี Punk style

พังก์ เกาหลี วินเทจ
สำหรับสาวคนนี้มีความสวยซ่า สไตล์ของเธอถึงแม้ STAR จะเดินผ่านเธอไปแล้วแต่ก็ต้องเหลียวหลังหันไปมองอีกที ไม่ใสแบ๊วตามวัยรุ่นสมัยนิยม เธอมาในลุคของสาวพังก์ ร็อกๆ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเขียวลายสกอตกับกระโปรงตัวเก๋สีดำ แอคเซสเซอรี่ต่างๆ ของเธอก็ดูลงตัวกับสร้อยหนังและการเจาะจมูกแบบห่วงบอกเลยว่าสวยซ่าไปอีก ทั้งยังมีสนีกเกอร์คู่โปรดแสนเท่สีดำอีกด้วย ทำให้ลุคนี้ของเธอดูสตรองยิ่งขึ้น

ชื่อ : วอย-สาธิกา อั้งอารีย์

อายุ : 20 ปี

อาชีพ : นักศึกษา

สไตล์การแต่งตัว : Punk style

แหล่งช็อปปิ้งสุดโปรด : จตุจักร

แอคเซสเซอรี่ที่ขาดไม่ได้ : กระเป๋า

เสื้อผ้า : จตุจักร

กระเป๋า : Tommy Hilfiger

รองเท้า : Adidas stan smith

อินสตาแกรม : marywoy

คนที่ 4 : คุมโทนดำแต่หมวกเธอแดงเจิด

พังก์ เกาหลี วินเทจ
สำหรับสาวคนนี้เธอมาลุคสบายๆ ช็อปปิ้งวันหยุดสวยๆ แต่ไม่เยอะ เสื้อตัวยาวสีดำตัวเดียวแต่ใส่หมวกปานามาสีแดงให้เด่นนิดนึง แอคเซสเซอรี่เป็นโชคเกอร์โบน่ารักๆ อีกสักเส้น จบลงที่รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อสีดำ แค่นี้แหละพอแล้ว STAR ปลื้มแล้วค่ะคุณ

ชื่อ : รติรัตน์ เภาจี๋

อายุ : 22 ปี

อาชีพ : นักศึกษา

สไตล์การแต่งตัว : ขาวดำ-คุมโทน

แหล่งช็อปปิ้งสุดโปรด : จตุจักร

แอคเซสเซอรี่ที่ขาดไม่ได้ : ต่างหู

เสื้อผ้า : จตุจักร

กระเป๋า : จตุจักร

รองเท้า : JJ Green

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…

0
แฟชั่นหรู

แฟชั่นหรู แดนมังกรพลิก แห่หนุนโลคอลแบรนด์ ชิงตลาด

แฟชั่นหรู คอลัมน์ MARKET MOVE ตลอดหลายปีที่ผ่านมาแบรนด์แฟชั่นลักเซอรี่จากทั่วโลกต่างเดินหน้าโกยเม็ดเงินจากไฮโซแดนมังกรกันอย่างคึกคัก

แฟชั่นหรู สะท้อนจากภาพชาวจีนต่อคิวซื้อสินค้าจากร้านแบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศที่กลายเป็นภาพชินตา แต่ดูเหมือนว่ากระแสนี้จะเริ่มแผ่วลงแล้ว หลังผลสำรวจของบริษัทวิจัยหลายแห่งทั้งสัญชาติจีนและต่างชาติชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้บริโภคจีนระดับบนหลายรายเริ่มหันไปสนใจสินค้าแฟชั่นลักเซอรี่จากดีไซเนอร์ชาวจีนมากขึ้น รวมถึงมีทัศนคติต่อสินค้าเหล่านี้ที่ยังเปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย

เช่นเดียวกับจำนวนแบรนด์แฟชั่นลักเซอรี่สัญชาติจีนที่วางขายในเชนร้านสินค้าหรูมัลติแบรนด์ “เลน ครอว์ฟอร์ด” (Lane Crawford) ซึ่งมีสาขาทั้งในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าในช่วงเวลาเพียง 1-2 ปีล่าสุดนี้

สำนักข่าว “รีเทลล์นิวส์เอเชีย” รายงานโดยอ้างผลสำรวจของบริษัทวิจัยสัญชาติฮ่องกง “คอนซูเมอร์ เสิร์ช กรุ๊ป” ระบุว่า 74% ของผู้บริโภคระดับบนสามารถบอกชื่อแฟชั่นดีไซเนอร์ชาวจีนได้อย่างน้อย 1 ชื่อ ในขณะที่ 45% ระบุว่าภายในระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้าจะซื้อสินค้าจากดีไซเนอร์จีนบ่อยขึ้น

แฟชั่นหรู
สอดคล้องกับรายงาน “คาดการณ์ตลาดลักเซอรี่จีนปี 2019” ซึ่งวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคจีนระดับบนไว้ว่า เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติจากการซื้อสินค้าหรูเพื่อ “อวดความร่ำรวยหรือสถานะทางสังคม” ไปเป็นการ “สะท้อนตัวตนและรสนิยมส่วนบุคคล” แทน หลังผู้บริโภคที่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้มีจำนวน 76% ของกลุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากผลของการสำรวจหัวข้อเดียวกันเมื่อปี 2555 สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วและกว้างขวางของเทรนด์ใหม่นี้

ในขณะที่รายงานจากบริษัทวิจัยมินเทลประเทศจีน ระบุถึงตัวตนของกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นผู้นำในกระแสใหม่นี้ว่า เป็นหญิงโสดวัยเริ่มทำงานอายุ 20-24 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า “ไซมอน ที” ผู้อำนวยการบริหารของคอนซูเมอร์ เสิร์ช กรุ๊ปอธิบายว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาดีไซเนอร์จีนหลายรายเริ่มประสบความสำเร็จในการสร้างชื่อเสียงและมีฐานแฟนคลับเป็นของตนเองจนกลายเป็นกระแสขึ้นมาคู่กับความนิยมลักเซอรี่แบรนด์ต่างชาติ จึงเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ภาพรวมของตลาดสินค้าหรูของจีนอาจเปลี่ยนแปลงไป

โดย JNBY ถือเป็นดีไซเนอร์แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ด้วยร้านกว่า 1,500 สาขาทั่วโลก และมีการขายผ่านร้านแฟชั่นมัลติแบรนด์อีก 30 เชน อาทิ “เลน ครอว์ฟอร์ด” “ลุยซา เวีย โรมา” “เฮช ลอเรนโซ” และอื่น ๆ อีกแบรนด์ที่มาแรง คือ “คอมมัว” (Comme Moi) ของนางแบบและดีไซเนอร์ชาวจีน

“หลู หยาง” เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ยอดขายเติบโตเร็วที่สุดในช่องทางเชนร้านสินค้าหรูมัลติแบรนด์เลน ครอว์ฟอร์ด ทั้งนี้ “คอมมัว” เปิดตัวเมื่อปี 2556 และมีลูกค้าเป็นนักแสดงดังหลายราย อาทิ “หลี่ ปิงปิง” และ “กง ลี่” จนปี 2558 สามารถเปิดร้านแฟลกชิปในเซี่ยงไฮ้ และมีสินค้าขายในร้านมัลติแบรนด์ 14 ราย

นอกจากตัวสินค้าแล้ว กลยุทธ์การทำตลาดเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์เหล่านี้ โดยเน้นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และเรื่องรวมที่มาของดีไซน์ในแต่ละซีซั่น รวมถึงเน้นสื่อสารผ่านออนไลน์ ซึ่งตอบโจทย์รสนิยมของบรรดาเซเลบและอินฟลูเอนเซอร์บนโลกออนไลน์ ช่วยสร้างการรับรู้และกระแสบอกต่อแบบปากต่อปากในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ เช่น แบรนด์ชิกโทเปีย (Chictopia) ของดีไซเนอร์คริสทีน เลา ที่ขายสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซและเปิดให้แชร์สินค้าซีซั่นใหม่ผ่านวีแชตแอปแชตยอดนิยมของจีนได้

โดย “สกาเลต เชา” นักวิเคราะห์ของมินเทล ประเทศจีนกล่าวว่า จุดแข็งของแบรนด์เหล่านี้ คือ เอกลักษณ์ของสินค้าจากความเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ภาพลักษณ์เอ็กซ์คลูซีฟและหายาก ซึ่งถูกใจกลุ่มนิชที่ยอมจ่ายในราคาพรีเมี่ยม

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาดแฟชั่นลักเซอรี่ในประเทศจีน ซึ่งแบรนด์จีนกำลังรุกคืบขึ้นมากระทบไหล่แบรนด์ต่างชาติที่ครองตลาดมาอย่างยาวนาน

จึงต้องรอดูกันว่ากระแสนี้จะมาแรงแค่ไหนและแบรนด์ต่างชาติจะรับมืออย่างไร

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.prachachat.net…

0
รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว 2019 กับ รองเท้าดีไซน์สวยโดนใจ ใส่สบายในราคาน่ารัก

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว เช็กเทรนด์รองเท้าผ้าใบยอดฮิต 10 แบรนด์ดัง 10 สไตล์ ให้สาว ๆ เลือกแมตช์กับชุดได้ไม่ซ้ำวัน แถมเข้ากับทุกโอกาส ทุกสถานการณ์

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว ไม่ว่าจะมีรองเท้ารุ่นใหม่ ลวดลายเก๋ไก๋ หน้าตาล้ำสมัยออกมามากมายขนาดไหน แต่ถึงยังไง “รองเท้าผ้าใบสีขาว” ก็ยังคงเป็นไอเทมฮอตฮิตตลอดกาลของสาว ๆ ทุกคน เรียกว่าชนะเลิศไปด้วยความสวยแบบคลาสสิก และความเรียบง่ายที่หยิบมาแมตช์เข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกสไตล์ ทั้งสุภาพ ทั้งดูดี แถมเหมาะกับทุกสถานการณ์ ทุกยุคสมัยอีกด้วย

สำหรับศักราชใหม่นี้ ก็มีทั้งรองเท้าออกใหม่ที่น่าสนใจ รวมถึงรองเท้ารุ่นเก่าที่กลับมารีเซลเป็นกระแสเหมือนเคย กระปุกดอทคอมพลาดไม่ได้ที่จะรวบรวม 10 รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาวยอดฮิตแห่งปี 2019 มาฝาก ชวนสาว ๆ เช็กกันหน่อยว่าเทรนด์รองเท้าสีขาวแบบไหนมาแรงแซงโค้ง ใครรู้ตัวว่าเป็นสายมินิมอล ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง !

1. Nike Air Force 1 ’07 XX

เกิดจากการผสมผสานดีไซน์รุ่นคลาสสิกให้เข้ากับสมัยใหม่อย่างลงตัว จนออกมาเป็นรองเท้าหน้าตาโมเดิร์น ๆ ประดับด้วยหมุดรูปดาวทั่วทั้งบริเวณพื้นหนัง ให้ลุคน่ารัก ๆ หรือเท่ ๆ ก็ได้แล้วแต่การแต่งตัวในวันนั้น ส่วนเรื่องสวมใส่สบายไม่ต้องห่วง รุ่น Air Force ของแบรนด์นี้ เขาการันตีเรื่องความเบาบาง ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม แถมพื้นรองเท้ายังทนทานใช้งานได้นานอีกด้วย ราคาน่าคบหาอยู่ที่ 4,200 บาท

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

2. Adidas Falcon

รองเท้าทรงหนาสไตล์รองเท้าวิ่ง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นยุค 90s เห็นหน้าตาดูใหญ่โตอลังการ แต่บอกเลยว่าน้ำหนักเบา ทั้งทำด้วยวัสดุตาข่ายระบายอากาศไม่ทำให้เท้าอับชื้น ทรงตรงปลายก็กว้างไม่หนีบนิ้วเท้าจนรู้สึกอึดอัด ให้ลุคสปอร์ตเกิร์ลแบบฉบับมินิมอล ใส่กับเสื้อผ้าสีไหนก็เข้ากันได้ดี ในส่วนของราคานั้น 3,800 บาทเท่านั้นเอง

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

3. Fila Disruptor 2 Premium

รองเท้าผ้าใบยอดฮิตอันดับหนึ่งของแบรนด์ มาพร้อมกับดีไซน์สไตล์ชังกี้ที่เป็นเอกลักษณ์ของยุค 90s แต่เก๋ไก๋เกินหน้าแบรนด์ไหน ๆ ด้วยพื้นรองเท้าที่ออกแบบให้หน้าตาคล้ายกับใบเลื่อย รูปร่างดูโมเดิร์นตามสมัยนิยม สวมใส่แล้วไม่หนักเท้า วัสดุรอบนอกเป็นหนังเกรดพรีเมียม ทำความสะอาดได้ ไม่เลอะเทอะง่าย นับเป็นไอเทมคลาสสิกที่ทุกคนต้องมี และเชื่อว่าจะยังเป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ ต่อไปอีกนาน ราคาไม่เป็นภาระกระเป๋าประมาณ 3,000 บาทค่ะ

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

4. New Balance 247

รองเท้าผ้าใบสีขาวหน้าตาอย่างเท่ ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์สาว ๆ ใส่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยพื้นส่วนกลางนั้นใช้วัสดุจากเทคโนโลยีสุดล้ำชื่อว่า Revlite อัปเกรดให้รองเท้าอึดทนนาน รองรับฝ่าเท้าเราได้เป็นอย่างดี แถมน้ำหนักยังเบากว่าพื้นโฟมทั่วไปถึง 30% เลยทีเดียว ใครกำลังมองหารองเท้าสไตล์เท่ ๆ แนว ๆ แต่งกับลุคสุภาพก็ได้ ลุคลุย ๆ ก็ดี ลองสอยคู่นี้มาใช้ได้ในราคาประมาณ 3,200 บาท เท่านั้นจ้า

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

5. Kate Spade Lilly Sneakers

เห็นปุ๊บรู้เลยว่าต้องถูกใจสาวหวานเป็นแน่แท้ สำหรับรองเท้าผ้าใบไร้เชือกผูกชื่อรุ่นน่ารัก ๆ ว่าลิลลี่ ที่เป็นรองเท้าสลิป-ออนมีดีไซน์พลิ้ว ๆ หวาน ๆ คล้ายกับชายกระโปรงผู้หญิง มาพร้อมกับพื้นรองเท้ายาง เดินเหินสบาย ไม่ต้องกลัวลื่น กลัวสะดุด เหมาะมากสำหรับสาว ๆ วัยรุ่น วัยใส ใส่แล้วน่ารักเกินหน้าเกินตาใคร ๆ ด้วยราคาจับต้องได้ประมาณ 3,100 บาท

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

6. Puma Mode XT Women’s Sneakers

รองเท้าสไตล์สตรีตที่มีรูปร่างหน้าตาทันสมัยเก๋ไก๋ แต่มีคุณสมบัติเท่ ๆ จากนวัตกรรมพื้นโฟมรองเท้าแบบไฮบริด ทำให้มีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นรับกับรูปเท้าของเราได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สาว ๆ ใส่กันไปเพลิน ๆ ไม่ว่าจะเดินช้อปปิ้งหรือเล่นยิม เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังมองหารองเท้าคู่เดียวจบ ใส่ครบทุกกิจกรรม Indoor หรือ Outdoor สำหรับราคาจัดว่าโดนใจสุด ๆ ประมาณ 2,900 บาท

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

7. Steve Madden Bounce White Multi

สาวตัวเล็กห้ามพลาดเลยนะคู่นี้ สำหรับรองเท้าผ้าใบส้นสูง 2.5 นิ้ว ที่มีหน้าตาอ้วนท้วนน่ารัก สามารถแมตช์เข้ากับเสื้อผ้าชิล ๆ ฮิป ๆ สไตล์สาวคิวต์ได้อย่างเป๊ะ แล้วไม่ต้องกลัวเลยว่าจะใหญ่เทอะทะหนักเท้า เพราะแม้ขั้นตอนการทำจะเป็นแฮนด์เมด แต่วัสดุนั้นใช้เกรดพรีเมียมน้ำหนักเบา ระบายเหงื่อ ระบายอากาศได้ดี ใส่แล้วสูงด้วย สวยด้วยในคู่เดียว จบปิ๊งกับราคาคู่ละประมาณ 2,300 บาท

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

8. Vans Woven Check Slip-On Marshmallow

รองเท้าผ้าใบสลิป-ออนรุ่นฮิตที่สุดของแบรนด์ขวัญใจสาวไทย ที่แม้ลายตารางหมากรุกจะเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ แต่บอกเลยว่าสีมาร์ชเมลโล่ขาวล้วนนั้นฮอตไม่แพ้กัน เพราะสวมใส่ได้ทุกสถานการณ์ แมตช์เข้าได้กับทุกลุค ทั้งยังเหมาะกับสาว ๆ ทุกวัย ทุกสไตล์ หาซื้อใส่สบายด้วยราคาประมาณ 2,300 บาท

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

9. Superga 2555 Cotu White

อยากได้รองเท้าแคนวาสแต่มีพื้นเป็นทรงใบเลื่อยชิค ๆ ในราคาถูกโดนใจวัยโจ๋ บอกเลยคู่นี้ต้องกลายเป็นลูกรักคนใหม่อย่างแน่นอน เพราะไม่เพียงแค่มีดีไซน์เก๋เท่านั้น แต่ยังทำจากผ้าคอตตอนแท้ ใส่แล้วอยู่ทรง ระบายอากาศดี เดินเล่นเพลิน ๆ ได้อย่างมั่นใจได้เลยว่ารองเท้าฉันหน้าตาไม่เหมือนใครแน่นอน ! ราคาก็ไม่แพงประมาณ 2,200 บาท

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

10. Skechers Woman’s Energy

รองเท้าทรงสปอร์ตหน้าตาคลาสสิกนี่ฆ่าไม่ตายเลยจริง ๆ โดยเฉพาะรุ่น Energy จากแบรนด์คุ้นหูคนไทย ที่ดูเผิน ๆ ก็เหมือนรองเท้าเทรนนิ่งออกกำลังกายทั่วไป แต่สาว ๆ สามารถแมตช์กับชุดเที่ยวได้ทุกลุค ใส่สบายไม่หนัก ไม่ปวดข้อเท้า แม้ตรงส้นจะมีขนาดสูง 1.5 นิ้ว ส่วนตัววัสดุ เนื้อผ้า และหนังนั้นคัดมาแล้วว่าไม่กัดเท้า ยืดหยุ่นและรองรับรูปเท้าในทุกกิจกรรมได้อย่างดี ที่สำคัญคือสอยมาครอบครองได้ในราคา 2,200 บาท เท่านั้นเอง

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว

ชี้เป้ารองเท้าผ้าใบที่หน้าตาน่ารัก ราคาน่าคบหาให้แบบจัดเต็มขนาดนี้ เงินเดือนออกเมื่อไรสาว ๆ ต้องรีบไปสอยมาใส่ด่วน ๆ เลยล่ะ ไม่งั้นมีคนหาว่าเชยไม่รู้ด้วยนะ XD

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

0